บางทีการที่ได้เพลิดเพลินหรือกำลังจับจ้องกับสิ่งใดอยู่
มันก็อาจจะทำให้เราเป็นคนเห็นแก่ตัวขึ้นมาในทันที
มันเป็นเพราะอะไรละ หรือเป็นเพราะเรารู้สึกแค่กลัว
กลัวว่าความสุขที่เรานั้นกำลังได้จับจ้องและเพลิดเพลินอยู่
นั้นมันจะหายไป เลยบีบให้ตัวเราไม่ยอมที่จะเปิดหน้าต่าง
เพื่อที่จะยอมรับสายลมของความจริงที่อยู่ภายนอก
มันก็ไม่ต่างอะไรกับเวลาที่ได้เจอใครสักคนที่เข้ามา
เข้ามาเพื่อเหยียบย่ำในเส้นทางของความเหงาที่มีเพียงเรา
และด้วยในจังหวะที่คาดไม่ถึง ที่เค้าได้ผ่านเข้ามาโดยบังเอิญ
แต่ด้วยความเหงาของเราพร้อมกับความหยาบคายของใจฉัน
ความหยาบของใจ มันกลับไม่ยอมที่จะมองว่า เค้าเป็นคนที่ผ่านมา
แต่ฉันเองกลับไปให้ความสำคัญเพียงแค่รู้สึกว่าฉันเหงา
แต่ไอ้ความที่แค่บังเอิญ กับไอ้ความหยาบของใจ
เพียงจังหวะแค่เสี้ยวหนึ่งของ ณ กาลเวลานั้น
ที่ให้ฉันตัดสินใจเลือกที่จะเป็นคนแกล้งโง่
เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมองกับความจริงเหล่านั้น
"ความจริงที่ฉันสามารถมองเธอ ได้จนเธอนั้นหันมาสบตา
ฉันคงต้องหลบหนีสายตาของเธอ เพราะมาทีหลัง
แต่มันกลับมีใครอีกคน ที่สามารถสบตาเธอได้อย่างซื้งใจ
โดยที่ไม่ต้องหลบหนี เพราะเค้าคือคนที่มาก่อน"
ที่ฉันไม่มองไม่ใช่เพราะฉันไม่อยากจะมองหรือรับรู้
แต่มันเป็นเพราะความหยาบคายของใจฉัน
ที่สั่งให้ฉันต้องการจะมีเธอ โดยไม่ต้องหันไปมองความจริง
จนกว่าที่พลังของการฝืนทนที่จะแบกรับความเศร้า.......
ความเศร้าที่มาหลังจากความสุขนั้นมันหมดไปจากฉ้นเอง
สิ่งที่ปรากฎ หรือภาพที่เรารู้สึกในขณะที่เราหลับ
ภาพที่กำลังเจอเธอยิ้มอยู่ มันบอกว่าฉันคงกำลังฝันดี
โปรดอย่าได้ให้มีใครมาปลุกฉันให้ตื่นเลย
เพราะถ้าหากเวลาที่ฉันได้ลืมตาตื่นขึ้นมา
จากสภาพที่ฉันกำลังหลับไหลเพื่อท่องเที่ยว
อยู่บนหมอนจากใบที่ฉันคุ้นเคยอยู่ทุกๆครั้ง
แต่แล้วมันก็เดินมาด้วยระยะทางของกาลเวลา
ที่ต้องตื่นขึ้นมาเพื่อพบเจอกับโลกความเป็นจริง
ความรู้สึกแวบแรก หลังจากตื่นมันทำให้ฉันสับสนเป็นอย่างมาก
"ระหว่างโลกที่ฉันใช้สายตาในการมอง
กับโลกที่ฉันใช้จินตนาการในการคิด"
สรุปแล้วขาฉันที่กำลังสัมผัสอยู่นั้น มันเหยียบในพื้นโลกไหนกันแน่
แต่มันก็มีสิ่งที่ให้สังเกตง่ายๆว่า.......มันต่างจากฝัน
เพราะในโลกของความฝัน ฉันคนนี้ที่เป็นคนกุมมือเธอเอาไว้
แต่ในโลกของความเป็นจริง เธอเหมือนเป็นเส้นขนานกับฉัน
ถึงแม้เส้นขนานมันจะอยู่คู่กันไปอย่างไม่มีวันจบลง
แต่มันก็ไม่มีวันไหนเช่นกัน ที่จะมาบรรจบกันได้

ลมหายใจและความรัก

posted on 22 Mar 2009 23:09 by doraeearn

สิ่งที่คอยบอกและเตือนเราอยู่เสมอ ว่าเรายังมีชีวิตอยู่ นั่นก็คือ ลมหายใจ

แต่บางครั้งมันก็มีสิ่งที่อยู่เหนือลมหายใจ ที่เรามองไม่เห็น ก็คือ ความรัก

ลมหายใจ ของคนบางคนที่กำลังจะหมด และตายจากโลกนี้ไป

บางครั้งสิ่งที่เรามองไม่เคยเห็นมันเลย มันก็สามารถที่จะต่อลมหายใจให้กับ..

กับคนที่คิดว่าจะอยู่เพื่อรัก หรือเพื่อที่จะสัมผัสกับความรักของตัวเราเองต่อไป

ลองมองย้อนกลับมา แล้วมองคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ ในเวลานี้ ที่นาฬิกาของเมื่อวาน

เพียงแค่ให้พระจันทน์ออกมาทอแสงพร้อมหมู่ดาว ในค่ำคืนที่สวยงามเพียง 7 ชั่วโมง

มันกลับทำให้เรารู้สึกว่า เราก็ยืนอยู่ ณ ที่เดิม ในเวลาเดิม ที่นาฬิกาเรือนเดิม

ลมหายใจก็จะยังออกมาจากคนเดิม แต่สิ่งที่มันเปลี่ยนก็คือ วันที่เพิ่มขึ้น 1 วันและ.....

และสิ่งที่มองไม่เห็นที่ออกมาพร้อมลมหายใจที่มีอยู่ นั้นก็คือ ความรัก

ลมหายใจของวันนี้มันไม่เหมือนเดิม เพราะฉันไม่อาจจะมีเธอกลับมาได้อีกแล้ว

ฉันอยากจะมีลมหายใจก็เพราะเพื่อจะอยากสัมผัสกับความรักที่ตามหา

แต่ในทางกลับกันฉันก็พร้อมที่จะไม่มีลมหายใจถ้าหาก..........

ลมหายใจที่ออกมาจากร่างกายมันกลับไม่มีเธอ ที่เหมือนกับเมื่อวาน